ต๊กตา

posted on 24 Aug 2008 15:11 by mm0563nine1

วิธีทำประวัติตุ๊กตา หมีเทดดี้

เรียบเรียงโดย FourBears

ตุ๊กตาหมี เทดดี้แบร์หากคุณคิดจะเป็นนักสะสม ตุ๊กตาหมี หรือมี ตุ๊กตาหมี อยู่แล้วหลายตัว ถ้าจะให้สนุกเรามาลองทำแฟ้มประวัติ ตุ๊กตาหมี กันดีไม๊คะ

ดิฉันมีหัวข้อมาให้คุณ ๆ ไปสร้างฟอร์มกันเอง ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้นะคะ

1. ดูป้ายซึ่งติดมากับตัว ตุ๊กตาหมี
ก่อนอื่นดูว่ามีป้ายติดมากับตัว ตุ๊กตาหมี หรือไม่ ถ้ามีลองดูซิคะว่าติดอยู่ที่ไหน เช่นที่เท้า , หู , หลัง หรือหน้าอก เป็นต้น ตัวหนังสือบนป้ายเป็นสีอะไร มีเขียนข้อความว่าอะไร ?

2. ตุ๊กตาหมี ยัดด้วยวัสดุอะไร
ถ้าเป็น ตุ๊กตาหมี โบราณยุคแรก ( ปัจจุบันนี้ไม่มีแล้ว ) เขาจะยัดด้วยฝอยไม้ ซึ่งเหมือนขี้กบที่เขาไสไม้เป็นเส้นเล็ก ๆ ยาว ๆ ในยุคต่อมาลำตัวเขาก็ยัดด้วยนุ่น หรือขนสัตว์ ( เช่นขนแกะหรือขนห่าน ) แต่หัวก็ยังยัดด้วยฝอยไม้ ในยุคหลังเมื่อ 50 ปีมานี้จึงยัดด้วยฟองน้ำ และปัจจุบันนี้มักจะยัดด้วยใยโพลีเอสเตอร์

3. ขนตุ๊กตาหมี ทำจากวัสดุอะไร
ขน ตุ๊กตาหมี ที่ว่ากันว่าดีที่สุดคือขนที่ทำจากขนแพะ ซึ่งเป็นผ้าที่ใช้ทำขนหมีในยุคแรก ๆ ต่อมาประมาณช่วงปี 1930 ก็หันมานิยมผ้าขนหมีเป็นผ้าไหมกำมะหยี่ ปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่เป็นผ้าใยสังเคราะห์

4. ฝ่ามือฝ่าเท้าทำด้วยอะไร
ตุ๊กตาหมี ยุคแรกถ้าเป็นหมีคุณภาพดีก็จะเย็บฝ่ามือฝ่าเท้าด้วยผ้าสักหลาด แต่ถ้าคุณภาพด้อยลงหน่อยก็จะทำด้วยผ้าฝ้ายแทน ต่อมาหันมานิยมใช้ผ้าฝ้ายย้อมสีเลียนแบบผ้าหนังสัตว์ หลังปี 1930 นิยมใช้กำมะหยี่เทียมในการเย็บเป็นฝ่ามือและฝ่าเท้า

ตุ๊กตาหมี เทดดี้แบร์5. หมีของคุณมีนิ้วหรือไม่
จำนวนนิ้วบนมือและเท้าของหมีจะช่วยให้เราจำแนกหมีที่หน้าตาคล้าย ๆ กันได้ ลองนับดูซิคะว่าเขาเย็บนิ้วมือนิ้วเท้าหมีของคุณ กี่นิ้ว บางคนเย็บไว้ 3 นิ้ว 4 นิ้วก็มี

6. ตาทำด้วยอะไร
ตุ๊กตาหมี ยุคแรก ๆ เขาใช้ปุ่มรองเท้าบูตทำเป็นตา ปี 1930 ก็เปลี่ยนมานิยมทำด้วยแก้ว บางทีก็ใช้วิธีระบายสีเป็นรูปดวงตาไว้ข้างลูกแก้ว บางทีก็ทำด้วยแก้ว 2 สี ปัจจุบันนี้นิยมทำด้วยพลาสติก เพราะทำง่ายและราคาถูกกว่า ลองดูด้วยนะคะว่าสีของดวงตาเป็นสีอะไร

7. สังเกตรอยตะเข็บ
ส่วนใหญ่ ตุ๊กตาหมี จะถูกเย็บด้วยจักร ยกเว้นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ต้องเย็บด้วยมือ หลังจากที่ยัดใยโพลีเอสเตอร์เสร็จแล้ว หมีบางตัวก็ยัดใยทางด้านหน้า บางตัวก็ยัดทางด้านหลัง ลองสังเกตรอยตะเข็บดูซิคะว่าเขาเย็บด้วยมือด้านไหน

8. มีโหนกหลังหรือไม่
ตุ๊กตาหมี ที่ออกแบบให้เหมือนหมีจริง ๆ จะมีโหนกอยู่ที่หลัง ซึ่งเป็น เทดดี้แบร์ ยุคแรก ๆ ตุ๊กตาหมี ที่ผลิตในเยอรมันก่อนปี 1930 จะมีโหนกข้างหลังเหมือนหมีจริง ๆ แต่หมีที่ผลิตในอังกฤษ อเมริกา และที่อื่น ๆ จะไม่มีโหนกที่หลัง

9. แขนขายาวหรือไม่
ตุ๊กตาหมี ยุคแรกจะมีแขนขายาวกว่าความเป็นจริง ส่วนขาจะมีสะโพกกว้าง ข้อเท้าเล็ก แต่เท้าใหญ่ ขณะที่แขนเล็ก และงอนขึ้น แขนจะยาวจนเลยสะโพกไปจนถึงเข่า หลังปี 1920 มีการออกแบบให้แขนสั้นลง งอนน้อยลง แล้วก็ลดขนาดของเท้าลงด้วย ลองสังเกตรูปร่างและความของแขนขาดูซิคะ

10. จมูกรูปร่างอย่างไร
จมูกของ ตุ๊กตาหมี ยุคแรกยังเหมือนของจริงอยู่มาก คือ จะยาวยื่นออกมา แล้วค่อย ๆ สั้นลง มาเรื่อย ๆ จนยุคปัจจุบันนี้หมีบางตัวหน้าแทบจะแบนเหมือนหน้าคนก็มี

ตุ๊กตาหมี เทดดี้แบร์11. จมูกเย็บอย่างไร
จมูกของหมีแต่ละตัวจะมีวิธีการเย็บที่แตกต่างกัน ลองสังเกตรูปร่างของจมูกดูซิคะ บางตัวอาจเป็นรูปสามเหลี่ยม บางตัวเป็นรูปสี่เหลี่ยม หรือกลม กว้างหรือแคบ ฯลฯ

12. แขนขาหมุนได้หรือไม่
ตุ๊กตาหมีในยุคแรกจะเป็น แบบที่หมุนแขนหมุนขาได้ ช่วงแรกจะใช้โลหะเป็นวัสดุในการต่อแขนขาให้หมุนได้ ต่อมาจึงเปลี่ยนมาเป็นแผ่นไม้วงกลมประกบกันให้หมุนได้ ซึ่งใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ ตุ๊กตาหมี ที่หมุนได้สมบูรณ์จะหมุนได้ 5 จุด คือ แขน ขา และคอ แต่บางครั้งผู้ออกแบบก็ให้หมุนได้เฉพาะแขนและขาเท่านั้น หรือหมีนั่งบางตัวก็หมุนขาไม่ได้ ปี 1950 จึงมีนักออกแบบชื่อ Wendy Boston ที่ออกแบบหมีชนิดที่ไม่สามารถหมุนแขนขาได้ เพราะต้องการให้ซักด้วยเครื่องซักผ้าได้

13. ได้ตุ๊กตาหมีมานานเท่าไร
คุณอาจจะจดจำได้ว่าตุ๊กตาหมีตัวที่คุณได้มาในโอกาสอะไร เช่น ในโอกาสวันเกิดครบ 6 ขวบ หรือซื้อมาในโอกาสอะไร คุณอาจจะเดาไม่ได้ ถ้าหมีตัวนั้นเป็นหมีที่คุณแม่ หรือคุณยายให้มา เพราะท่านอาจจะเคยได้มาในขณะที่ท่านยังเด็กอยู่ และตกทอดมาถึงคุณ ลองถาม

ดอกไม้สุดสวย

posted on 06 Jul 2008 14:18 by mm0563nine1

ดอกไม้ที่สวยที่สุดของหนู

โรโดเรนดรอน

อาซาเลีย

ไอซ์แลนด์ป๊อบปี้

ดอกไม้

posted on 22 Jun 2008 14:41 by mm0563nine1

 

ข้อมูลทั่วไป

 

  ชื่ออื่น -
  ชื่อวิทยาศาสตร์   
Cananga odorata Hook.
  ชื่อสามัญ
  ลักษณะทั่วไป  
เป็นไม้ยืนต้นลักษณะใบคล้ายเล็บ   มือนางออกดอกเป็นช่อตรงบริเวณปลายกิ่งโคนก้านใบ
  สภาพที่เหมาะสม แดดจัด

   ลักษณะเด่นของพืชชนิดนี้
         คือ มีเส้นใยและยางเมือก (mucilagnous)
อยู่ในเนื้อไม้โดยทั่วไปเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง
ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับมีรูปร่างหลายแบบ
เช่น รูปไข่ รูปกลม รูปรีหรือเว้าเป็นแฉก 3-5 แฉก
มีกลีบดอก 5 กลีบแต่ละดอกจะเชื่อมติดกันเป็นวงที่ฐานดอก
เกสรเพศผู้ประกอบด้วยอับเรณูสีเหลือง
รูปไตและก้านชูอับเรณูสีขาวหรือสีเดียวกัน
เกสรเพศเมีย อยู่ปลายหลอดเกสรเพศผู้มักมีก้านเล็ก ๆ
แยกยอดเกสรเพศเมียเป็น 5 ยอก
ตามจำนวนห้องรังไข่ส่วนยอดมีน้ำหวานสำหรับจับละอองเรณู
     ประเภทของดอกอาจแบ่งได้ 3 ลักษณะ คือ
   1.ดอกบานเป็นรูปถ้วย
   2.ดอกบานเป็นรูปแผ่แบน
   3.กลีบดอกบานแบบแผ่โค้ง
      การขยายพันธุ์

    การขยายพันธุ์มี 3 วิธี คือ
   
1.การปักชำ
   2.การเสียบยอด
   3.การติดตา

    โรคและแมลงศัตรู
    1. โรค ที่พบในชบาได้แก่ โรคใบจุดในช่วงฤดูฝน
        โรคใบหงิกที่เกิดจากเชื้อไวรัสโดยมีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ
    2. แมลงศัตรุ ที่พบมากได้แก่ แมลงหวี่ขาวดูดน้ำเลี้ยงจากใบ
        และยอดอ่อนทำให้เกิดโรค ใบหงิก เพลี้ยแป้ง เพี้ยหอย
        ดูดน้ำเลี้ยงจากใบและกิ่งก้านนอกจากนี้ยังมีหนอนผีเสื้อ
        บางชนิดกัดกินดอกอ่อนทำให้ดอกไม่บานหรือกลีบเว้าแห่วง
    3. สัตว์สัตรู ได้แก่ หอยทาก ทำลายโดยการกัดกินดอก
        กำจัดโดยใช้มือดึงออกหรือโรยปูนขาวรอบพื้นที่ปลูก

edit @ 22 Jun 2008 14:51:22 by mai